วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ปลาปิรันย่า

ปลาปิรันยา (Serrasalmus spp.)





"ปิรันยา" เป็นปลาน้ำจืด สกุล "เซอร์ราซัลมัส" (Serrasaimas)
อยู่ในครอบครัว "คาราซิดี" (Characidae)
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้และแอฟริกา
ทั้งหมดมีอยู่ 25 ชนิด และ 4 ชนิดเท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์...!!




ชื่อไทย : ปลาปิรันยา หรือ ปิรันฮา

ชื่ออังกฤษ : Piranhas

ถิ่นที่อยู่อาศัย : มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้และอัฟริกา แหล่งของปลาปิรันยาที่ขึ้นชื่อได้แก่แม่น้ำ อเมซอน และโอริโนโก รูปร่างลักษณะ เป็นปลาที่มีความสวยงามพอสมควร เคยมีผู้ลักลอบสั่งเข้ามาเลี้ยงจนกระทั่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นเพราะผิดกฎหมาย ลักษณะเด่นของมันคือ มีฟันอันคมกริบ เกร็ดเล็กละเอียด แวววาว เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 20-30 ซ.ม

ลักษณะทั่วไป :ของปลาปิรันยาลำตัวแบนข้าง ส่วนท้องกว้าง (คล้ายปลาแปบหรือปลาโคกของไทย) บางชนิดมีจุดสีน้ำตาลและสีดำ บางชนิดข้างลำตัวส่วนล่างสีขาว, สีเหลืองและสีชมพู แล้วแต่ละชนิดแตกต่างออกไป เกล็ดบริเวณสันท้องเป็นหนามคล้ายฟันเลื่อยจำนวน 24-31 อัน
.....มีอาวุธสำคัญ คือ "ฟัน" ที่มีแถวเดียวเป็นรูปสามเหลี่ยมและแหลมคมมาก สามารถกัดเนื้อให้ขาดได้อย่างง่ายดาย ริมฝีปากล่างยื่นออกมายาวมากกว่าริมฝีปากบน แต่เมื่อหุบปากจะปิดสนิทระหว่างกันพอดี ในอดีตชาว "อินเดียน" ใน "กิอานา" ได้ใช้เป็นอาวุธ โดยนำฟันของปิรันยามาทำเป็นใบมีดหรือหัวของลูกธนู

อุปนิสัย :เป็นปลาดุร้ายมาก นับว่าน่ากลัวมากทีเดียว ปิรันยามักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เป็นร้อยหรือเป็นพันๆตัว เมื่อกินอาหาร จะใช้วิธีล่าเหยื่ออย่างหิวกระหาย โดยการพุ่งเข้าโจมตี อย่างรวดเร็ว แล้วรุมกัดแทะ แม้ว่าเหยื่อมี "ขนาดใหญ่เท่าช้าง" ฝูงปิรันยาก็ไม่เคยละเว้น แต่จะช่วยกัน รุมกัดกินจนเหลือ แต่กระดูก มันจึงถูกขนานนามว่า "เพชฌฆาตแห่งลุ่มน้ำจืด"

อาหาร :อาหารที่ปลาปิรันยาชอบคือเนื้อสด หากินรวมกันเป็นฝูง พุ่งเข้าโจมตีเหยื่ออย่างรุนแรง ฟันสามารถฉีกกัดเนื้อของเหยื่อ ให้เป็นแผลเหวอะหวะ ด้วยความรวดเร็ว

สถานที่ชม : สวนสัตว์เชียงใหม่















.....เนื่องจากปลาชนิดนี้แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วมาก ในพื้นที่เขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยดังนั้นจึงเป็นอันตรายอย่างมาก หากสามารถหลุดรอดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติได้...!!

.....ทั้งนี้ผู้ครอบครองปลาปิรันยาจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 53 ที่กำหนดให้ปลาปิรันยา เป็นสัตว์ต้องห้ามนำเข้า ห้ามครอบครอง ห้ามนำไปปล่อยใน แหล่งน้ำ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1.2 แสนบาท

.....อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปลาปิรันยา ถือเป็นปลาที่อันตราย ซึ่งหากมี การปล่อยลงตามแหล่งน้ำธรรมชาติอาจจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง จึงอยาก ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบมีการครอบครองปลาปิรันยา ให้รีบ แจ้งกรมประมงให้รับทราบทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมได้อย่างทันท่วงที

ไม่มีความคิดเห็น: